เริ่มต้นด้วยปลั๊กอินเร่งความเร็วทั้งสองตัวปิดอยู่ เว็บไซต์นี้ใช้ธีม Speed Lab ที่สร้างสำหรับทดสอบ ไม่ใช่ Flatsome และไม่มี WooCommerce
1. เก็บ baseline
เปิดหน้าแรก แกลเลอรี และบทความในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน ตรวจการแสดงผลและบันทึกผล Lighthouse หรือ PageSpeed Insights ก่อนเปิดปลั๊กอิน ใช้หน้าเดิม อุปกรณ์เดิม และเครือข่ายเดิม
2. เปิด My Speed Optimizer
เข้า WordPress Admin → Plugins → Activate ที่ My Speed Optimizer แล้วไป Settings → Speed Optimizer เริ่มจากค่าเริ่มต้น จากนั้นค่อยเปิด Minify, Defer, Delay และ Remove Unused CSS ทีละฟีเจอร์
3. ตรวจจุดสำคัญ
- เปิดหน้าเดิมอย่างน้อยสองครั้ง แล้วตรวจ Network → document → Response Headers ว่า X-MSO-Cache เป็น HIT หรือไม่
- ลองเมนูบนมือถือ แท็บ ป๊อปอัป และส่งฟอร์มสาธิต ตรวจ Console ว่ามี error หรือไม่
- เลื่อนแกลเลอรีจนสุดและตรวจว่ารูปทุกใบแสดงครบ
- แก้ข้อความ VERSION A ในหน้าบทความเป็น VERSION B แล้วตรวจผู้ชมที่ไม่ได้ล็อกอิน
- ทดสอบเปิดและปิดปลั๊กอิน เพื่อดูว่าเว็บกลับมาทำงานได้ตามปกติ
4. เปรียบเทียบ WP Rocket
ปิด My Speed Optimizer ก่อน แล้วจึงเปิด WP Rocket ที่เตรียมไว้ ฟีเจอร์บริการออนไลน์ของ WP Rocket อาจต้องมีบัญชีหรือสิทธิ์ใช้งานที่ถูกต้อง เปิดฟีเจอร์ให้เทียบเคียงกันและล้างแคชก่อนเริ่มรอบใหม่
5. บันทึกผลที่วัดจริง
บันทึก URL เวลา อุปกรณ์ สถานะปลั๊กอิน และค่าตั้งค่า พร้อม LCP, CLS, TBT, TTFB และขนาดข้อมูล แยกผลเปิดครั้งแรกกับหลังแคชอุ่น และใช้ค่ากลางจากอย่างน้อย 3 รอบ การทดสอบสั้น ๆ ใน Lighthouse ไม่ทดแทน INP จากผู้ใช้งานจริง
เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้ร่วมกับบอต จึงควรทดสอบหน้าเว็บทีละหน้า ไม่ยิง load test พร้อมกันจำนวนมาก ผลนี้ยังไม่ยืนยันความเข้ากันได้กับ Flatsome, WooCommerce หรือปลั๊กอินอื่นของทีม

